
Criteria 6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ (Operational Effectiveness)
Requirements

Quality level assessment

Result 6.2

มหาวิทยาลัยนำสารสนเทศผลกระทบจากปฏิบัติการต่างๆ ที่มีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อเสนอแนะต่างๆ มาวิเคราะห์การจัดการต้นทุน การควบคุมต้นทุน ความสูญเปล่าจากการทำงาน ตลอดจนนำมาวิเคราะห์ผลิตภาพของกระบวนการ และความแปรปรวนของกระบวนการ เพื่อหาความสมดุลของการจัดการต้นทุน ที่มีผลต่อประสิทธิภาพ(การบริหารจัดการที่ดี มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์) และที่มีผลต่อประสิทธิผล(การบรรลุวัตถุประสงค์ การบรรลุเป้าหมาย) ของการปฏิบัติการ ดังตารางที่ 6.2 ก
ตารางที่ 6.2 ก การจัดการต้นทุน ประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ
| กระบวนการ | ผลกระทบจากปฏิบัติการ | จัดการต้นทุน | ลดความแปรปรวน | ประสิทธิภาพ | ประสิทธิผล |
| ด้านการจัดการศึกษา | |||||
| การพัฒนาและปรับ ปรุงหลักสูตร | Feedbackผู้ใช้บัณฑิต, ข้อเสนอแนะภาคการผลิต | ใช้เทคโนโลยี เช่น Teleconference | ลดการทำงานซ้ำ การทำงานผิดพลาด | หลักสูตรรับรองตามรอบเวลา | บัณฑิตได้ทำงานตามศาสตร์ |
| ประเมินขีดความ สามารถบุคลากร | FeedbackของIQA, ผู้เรียน,อาจารย์ | In-house training Spec. trainning | การพัฒนาตาม JD ลดการร้องเรียน | บุคลการพัฒนาตาม IDP | สมรรถนะบุคลากรตามเป้าหมายสถาบัน |
| ประเมินขีดความ สามารถแหล่งฝึก | Feedbackผู้เรียน,อาจารย์,แหล่งฝึก | ประชุมผู้ควบคุมและ พี่เลี้ยงการฝึก | ลดการกำกับที่ไม่จำเป็น | ผู้เรียนได้พัฒนาตามแผนการฝึก | สมรรถนะผู้เรียนตามผลลัพธ์การเรียนรู้ |
| ด้านการวิจัย | |||||
| พัฒนาผลงานวิชาการวิจัย/นวัตกรรม | FeedbackของIQA,ผู้เรียน, อาจารย์ | i-book, e-journal | ลดการทำงานซ้ำ | ผลงานเผยแพร่ในระดับชาติ/นานาชาติ | ผลงานได้รับการใช้ประโยชน์เช่น ใช้อ้างอิง |
| การขอทุนสนับสนุนการวิจัย | Feedbackของผู้ให้ทุน,ผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัย | ความร่วมมือกับ PMU | ลดการสูญเสียจากผลงานซ้ำซ้อน | เงินทุนวิจัยตามเกณฑ์มาตรฐานคณะ | ผลงานแก้ปัญหา/พัฒนา ตามผู้ให้ทุนวิจัยกำหนด |
| ด้านบริการการศึกษา | |||||
| การพัฒนาบริการทางวิชาการ | Feedbackผู้รับบริการ, ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน | ลดการสูญเสียโอกาส | ให้บริการวิชาการตรงกับกลุ่มเป้าหมาย | คุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ |
| บูรณาการวิชาการกับการเรียนรู้ | Feedbackนักศึกษา, อาจารย์, สังคม | ลดขั้นตอนการทำงาน | ลดการทำงานซ้ำ | จำนวนรายวิชาที่บูรณาการกับการให้บริการ | จำนวนรายวิชาที่ได้รับการพัฒนาจากการให้บริการ |
| การปฏิบัติงานนอกสถานที่/Tele work | Feedbackนักศึกษาอาจารย์ บุคลากร, ชุมชน | ลดความสูญเปล่าจากการทำงาน | ลดการกำกับที่ไม่จำเป็น | การให้บริการเป็นไปตามการร้องขอ | ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับสังคม |

มหาวิทยาลัยมีผู้ส่งมอบ พันธมิตร คู่ความร่วมมือทั้งด้านการจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ดัง op1ข(3) การคัดเลือกผู้ส่งมอบ พันธมิตร และคู่ความร่วมมือ มหาวิทยาลัย พิจารณาจากบทบาทความร่วมมือ ข้อกำหนดที่สำคัญที่ใช้ร่วมกัน จากนั้นนำไปสู่การกำหนดกลไกที่ใช้ในการสื่อสารร่วมกัน เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของการปฏิบัติการในกระบวนการต่างๆ เพิ่มความพึงพอใจของผู้เรียน และผู้รับบริการ และลดความเสี่ยงในการไม่ตอบสนองความต้องการ ของผู้เรียน ผู้รับบริการ และลดผลกรทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การจัดการ ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และคู่ความร่วมมือ ด้านการศึกษา ดังแสดงในตารางที่ op1ข3-1 ด้านการวิจัย ดังแสดงในตารางที่ op1ข3-2 ด้านการบริการวิชาการ ดังแสดงในตารางที่ op1ข3-3 ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ดังแสดงในตารางที่ op1ข3-4 โดยผลลัพธ์สำคัญของการจัดการเครือข่ายอุปทานคือ ความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น

มหาวิทยาลัย มีการใช้สารสนเทศที่ได้จากการรวบรวม/ตรวจสอบ/ทบทวน สิ่งคุกคามและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ของสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ทั้งต่อบุคลากร ผู้เรียน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่น มาทำการจัดกลุ่ม และวิเคราะห์หาสาเหตุที่เป็นรากของปัญหาของความไม่ปลอดภัย จากนั้นกำหนดวิธีการกู้คืนให้สู่สภาพเดิม/ให้มีความปลอดภัย โดยมีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ดีในการ จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัย เช่น การจัดทำแผนป้องกันความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ และมาตรการป้องกันและการแก้ไข โดยมีผลลัพธ์ที่สำคัญคืออุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดังตารางที่ 6.2 ค(1)
ตารางที่ 6.2 ค(1) สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการที่ปลอดภัย
| สารสนเทศการปฏิบัติงาน | การวิเคราะห์สาเหตุ | การกู้คืน | ผู้รับผิดชอบ | สารสนเทศที่ได้ |
| สภาพที่เสี่ยงอุบัติเหตุ | ค้นหาความเสี่ยงในการปฏิบัติงานไม่ครอบคลุม | -การทบทวนสิ่งคุกคามและสภาพที่ไม่ปลอดภัย | อาคาร/ส อธิการบดี/คณบดี | แผนป้องกันความปลอดภัย |
| การปฏิบัติงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน | พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย | -วัฒนธรรมความปลอดภัย | ทุกหน่วยงาน | แผนพัฒนาบุคลากร |
| การสื่อสารไม่ชัดเจน | -การจัดทำคู่มือ ขั้นตอน | อาคาร/ส อธิการบดี | แผนซ้อมการอพยพ | |
| เหตุการณ์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย | เป็นเหตุที่ไม่คาดคิด | มาตรการเตรียมความพร้อม | อาคาร/ส อธิการบดี | แผนเผชิญเหตุ |
| เป็นภัยพิบัติ | มาตรการรับมือเกิดเหตุการณ์ | อาคาร/ส อธิการบดี | แผนเผชิญเหตุ |

มหาวิทยาลัยมีการใช้สารสนเทศที่ได้จากการตรวจสอบ ความต้องการของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น(op1ข1) ความจำเป็นเชิงธุรกิจของสถาบัน(op1ก4) ขีดความสามารถของบุคลากร(op1ก3) สมรรถนะของพันธมิตรและคู่ความร่วมมือ(op1ข3) มาทำการคาดการณ์ล่วงหน้า จากนั้นทำการเตรียมความพร้อมเพื่อให้มหาวิทยาลัย สามารถสร้างให้เกิดความต่อเนื่องของธุรกิจ และมีความสามารถในการฟื้นตัวจากภาวะฉุกเฉิน/ภัยพิบัติ/ภาวะพลิกผันอื่นๆ ได้ ดังตารางที่ 6.2 ค(2)
ตารางที่ 6.2 ค(2) ความต่อเนื่องของธุรกิจ และความสามารถในการฟื้นตัว
| สารสนเทศการปฏิบัติงาน | การคาดการณ์ | การเตรียมความพร้อม | ความต่อเนื่องทางธุรกิจ | ความสามารถฟื้นตัว |
| ความต้องการผู้เรียน,สินทรัพย์,สมรรถนะบุคลากร | หลักสูตรตอบสนองNew-Gen. | platformการเรียนรู้ | เรียนแบบสะสมcredit | นวัตกรรมเรียนแบบโมดูลฯ |
| หลักสูตร re-skill, up-skill | วิจัยสมรรถนะในอนาคต | ใช้ห้องปฏิบัติการจำลอง | การฝึกปฏิบัติงานนอกเวลา | |
| ความต้องการลูกค้า,สมรรถนะพันธมิตรและคู่ความร่วมมือ | การใช้ AI ในการผลิต | พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม | บริการหลักสูตรระยะสั้น | การบริการแบบมีรายได้ |
| การใช้ AI ในการบริการ | พัฒนาบริการร่วม | บริการวิทยากรบรรยาย | การบริการแบบมีรายได้ | |
| โอกาสเกิดภัยพิบัติ,สมรรถนะบุคลากร | เอลนีโย ลานิลญา โลกร้อน | การใช้อุปกรณ์รับมือ | การเรียนแบบ Hybrid | หลักสูตรรับมือภัยพิบัติ |
| แผ่นดินไหว โรคระบาด | บริหารในสภาวะ BCP | การเรียนแบบ Hybrid | หลักสูตรรับมือสาธารณภัย |

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของมหาวิทยาลัย ใช้สารสนเทศที่ได้จากการรวบรวม/ตรวจสอบ/ทบทวน และสิ่งคุกคาม ที่เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ด้านหลักสูตรและบริการ ด้านบุคลากร ด้านการเงิน ด้านเทคโนโลยี ด้านเครือข่ายอุปทาน และด้านปฏิบัติการ ให้ได้การบ่งชี้เหตุการณ์(Event Identification) หรือบ่งชี้ความเสี่ยงขององค์กร จากนั้นทำการประเมินความเสี่ยงโดยการประเมินโอกาสการเกิด(Likelihood)และผลกระทบ(Impact)เพื่อให้ได้การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง ความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงมาก-สูง และอยู่ในลำดับความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ นำไปสู่การตอบสนองความเสี่ยงด้วยวิธีการที่เหมาะสม(4T) หรือจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง เพื่อลดความสูญเสียหรือโอกาสที่เกิดผลกระทบอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้
แผนบริหารความเสี่ยงที่จัดทำ นำไปสู่การปฏิบัติด้วยกิจกรรมและการปฏิบัติต่างๆ ให้ความเสี่ยงลดลงตามเป้าหมายที่กำหนด เช่นกำหนดกระบวนการปฏิบัติงานด้านการเงิน ฯลฯ ทั้งการปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยง จะบรรลุผลได้นั้น ต้องมีการจัดเก็บสารสนเทศที่เกิดขึ้นจากการควบคุม และสื่อสารให้บุคลากรได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดความร่วมมือการปฏิบัติการอย่างจริงจัง จากนั้นทำการ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการเพื่อให้ทราบว่า การบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการนั้น ความเสี่ยงใดที่หมดไปหรือยังมีความเสี่ยงคงเหลืออยู่ในระดับที่องค์กรรับได้
หากความเสี่ยงใดที่ยังคงมีระดับสูง-สูงมาก และ/หรือมีความเสี่ยงใหม่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะนำเข้าสู่กระบวนการบ่งชี้ความเสี่ยงขององค์กร เป็นวงจรการบริหารความเสี่ยง ดังภาพ 6.2 ค3

ภาพที่ 6.2 ค3 ภาพรวมการบริหารความเสี่ยง
Evidence
| รหัสหลักฐาน | ชื่อหลักฐาน(พร้อมแนบลิ้งค์) |
| 6.2-1 | คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง |
| 6.2-2 | คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบปฏิบัติการ |
| 6.2-3 | คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ |
| 6.2-4 | แผนบริหารความเสี่ยง |
| 6.2-5 | Business Continuity Plan |
| 6.2-6 | แผนป้องกันความปลอดภัยและมาตรการการแก้ไข |
| 6.2-7 | แผนบริหารความเสี่ยงด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาล |
Self-Assessment 6.2
| เกณฑ์คุณภาพ | ประเมินตนเอง | คะแนน |
| 1. ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติการ (1 คะแนน) | / | 1 |
| 2. การจัดการเครือข่ายอุปทาน (1 คะแนน) | / | 1 |
| 3. ความปลอดภัย ความต่อเนื่องของธุรกิจ ความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และการบริหารความเสี่ยง | ||
| (1) ความปลอดภัย (1 คะแนน) | / | 1 |
| (2) ความต่อเนื่องทางธุรกิจและความสามารถในการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว (1 คะแนน) | / | 1 |
| (3) การบริหารความเสี่ยง (1 คะแนน) | / | 1 |
| รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 6.2 | 5 | |